ผู้หญิงยุคใหม่ต้องรู้ ตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตัวเองง่าย ๆ แค่ไม่กี่นาที

มะเร็งเต้านมเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงไทยและทั่วโลก สถิติล่าสุดพบว่า 1 ใน 8 ของผู้หญิงมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงชีวิต แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น โอกาสรักษาให้หายขาดมีสูงถึงกว่า 90% ดังนั้นการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมจึงมีความสำคัญ เพราะหากตรวจมะเร็งเต้านมพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นย่อมช่วยให้มีโอกาสรักษาให้หายได้ และวิธีการตรวจคัดกรองด้วยตัวเองโดยการตรวจคลำเต้านมด้วยตัวเองก็ยังเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและได้ผลดีอยู่ ดังนั้นการสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงของเต้านมควรทำอย่างต่อเนื่อง โดยสังเกตดังนี้

อาการมะเร็งเต้านมที่พบบ่อย

  • คลำพบก้อนที่เต้านม
  • สังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงขนาด และรูปร่างของเต้านมหรือไม่
  • สังเกตว่ามีการผิวหนังเปลี่ยนแปลง เช่น รอยบุ๋ม ย่น หดตัวหรือมีความหนาผิดปกติหรือไม่
  • สังเกตหัวนมว่ามีการหดตัว คัน หรือมีผื่นแดงผิดปกติหรือไม่
  • สังเกตว่ามีเลือด หรือของเหลวไหลออกจากหัวนมหรือไม่

การตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เมื่อคลำพบก้อนในเต้านมอย่าเพิ่งตกใจเพราะก้อนส่วนใหญ่ไม่ใช่เนื้อร้าย แต่ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงของความผิดปกตินั้นต่อไป

การตรวจเต้านมสามารถทำได้ 3 ท่า คือ ยืนหน้ากระจก – ขณะอาบน้ำ – นอนราบ

  1. ยืนหน้ากระจก

ถอดเสื้อชั้นใน แล้วยืนหน้ากระจก สังเกตขนาด รูปร่าง สีผิวเต้านม และหัวนมว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เช่น บิดเบี้ยว หดรั้ง มีรอยบุ๋ม หรือมีน้ำ/เลือดไหลออกจากหัวนม

  • ขณะอาบน้ำ

ใช้นิ้วมือคลำรอบ ๆ เต้านม โดยใช้ปลายนิ้ว 3 นิ้ว กดเบา ๆ เป็นวงกลม ไล่จากด้านนอกเข้ามาหาหัวนม ตรวจทั้งเต้านมซ้ายและขวา รวมถึงรักแร้

  • ขณะนอนราบ

นอนหงาย วางหมอนเล็ก ๆ รองไหล่ด้านที่จะตรวจ ใช้มืออีกข้างคลำเต้านมเหมือนขั้นตอนขณะอาบน้ำ ตรวจดูว่ามีก้อนแข็ง หรือความผิดปกติหรือไม่ หากพบอาการผิดปกติ เช่น คลำได้ก้อน มีรอยบุ๋มที่ผิวหนัง หัวนมบอดหรือมีเลือดออก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติมทันที

การตรวจมะเร็งเต้านมทางการแพทย์

ถึงแม้ว่าการตรวจด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็ไม่ควรละเลยการตรวจโดยแพทย์ เพราะมีเครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยตรวจหาความผิดปกติได้แม่นยำกว่า

  • การตรวจโดยแพทย์ (Clinical Breast Examination)

แพทย์จะตรวจคลำเต้านมและรักแร้ เพื่อหาก้อนหรือสิ่งผิดปกติ โดยวิธีนี้เหมาะสำหรับการตรวจสุขภาพประจำปี และเป็นขั้นตอนแรกก่อนเข้าสู่การตรวจเพิ่มเติมที่ซับซ้อนขึ้น

  • การตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์

มีหลายวิธีที่แพทย์เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น

  1. แมมโมแกรม (Mammogram) : การเอกซเรย์เต้านม เป็นวิธีมาตรฐานที่ช่วยตรวจหาก้อนเล็ก ๆ ที่ยังไม่สามารถคลำเจอได้
  2. อัลตราซาวด์ (Ultrasound) : มักใช้ร่วมกับแมมโมแกรม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น
  3. MRI เต้านม :  ใช้ตรวจหาความผิดปกติที่ละเอียดมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีผลตรวจไม่ชัดเจน

แพทย์จะแนะนำให้ผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไปตรวจแมมโมแกรมปีละ 1 ครั้ง และหากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรเริ่มตรวจเร็วกว่านี้

เคล็ดลับดูแลตัวเองให้ห่างไกลมะเร็งเต้านม

ตรวจร่างกายอย่างเป็นประจำ สม่ำเสมอ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็ช่วยลดความเสี่ยงได้เช่นกัน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผัก ผลไม้ และธัญพืช
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3–4 ครั้ง
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

ทั้งนี้การตรวจมะเร็งเต้านมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด การรู้จักตรวจด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด เพราะการตรวจพบเร็ว ก็มีโอกาสที่จะรักษาให้หายขาดได้สูง