การทำกรอบหน้าชัด ลดเหนียงด้วยเทคนิคทางการแพทย์มีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล วิธีที่นิยมมีดังนี้
1. โบท็อกซ์ (Botox)
- ช่วยลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้กรอบหน้าดูเรียวชัดเจนขึ้น
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน
2. ฟิลเลอร์ (Filler)
- เติมเต็มบริเวณกรอบหน้า เช่น คางหรือขมับ เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน
- ใช้ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid)
- อยู่ได้นาน 6-18 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์
3. การร้อยไหม (Thread Lift)
- ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย รวมถึงบริเวณเหนียง
- ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษ เช่น PDO หรือ PCL
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
4. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)
- ยกกระชับผิวและลดไขมันใต้คางด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์
- ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผล
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน
5. Thermage
- ใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ในการกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันส่วนเกินใต้ผิว
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
6. การดูดไขมันเหนียง (Liposuction)
- วิธีศัลยกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงอย่างถาวร
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินใต้คางจำนวนมาก
7. การฉีดสลายไขมัน (Mesotherapy หรือ Fat-dissolving Injections)
- ฉีดสารสลายไขมัน (เช่น Phosphatidylcholine หรือ Deoxycholate) เพื่อลดไขมันบริเวณเหนียง
- เห็นผลหลังทำ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน
8. Ultherapy
- ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูงยกกระชับผิวและลดเหนียง
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี
9. การผ่าตัดกรอบหน้า (Facial Contouring Surgery)
- การศัลยกรรมเพื่อลดกระดูกกรามหรือคางที่ไม่สมส่วน
- ให้ผลลัพธ์ถาวร แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น
การเลือกวิธีการทำกรอบหน้าชัด ลดเหนียง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดตามโครงสร้างใบหน้าและปัญหาที่คุณกังวล นอกจากนี้การดูแลตัวเองหลังการทำหัตถการก็มีความสำคัญในการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
