Sculptra vs Radiesse คืออะไร?

Sculptra และ Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้เติมเต็มให้กับผิวหน้า โดยมีคุณสมบัติการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน

Sculptra (Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA) เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวโดยตรง ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นเอง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้นในระยะยาว

คุณสมบัติเด่น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน 2-3 ปี
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างผิวหน้าและลดความหย่อนคล้อย

ข้อจำกัด

  • เห็นผลช้า ต้องใช้เวลา 3-6 เดือน
  • ต้องฉีดซ้ำประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มแบบเร่งด่วน

Radiesse คืออะไร?

Radiesse (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) เป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ทันทีและสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย มีเนื้อสัมผัสที่แข็งแรงกว่าฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA)

คุณสมบัติเด่น

  • เติมเต็มและยกกระชับผิวได้ทันที
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
  • อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  • เหมาะสำหรับการปรับโครงหน้า เช่น ขมับตอบ คาง ร่องแก้ม

ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์เหมือน HA filler
  • เนื้อฟิลเลอร์แข็งกว่าฟิลเลอร์แบบ HA อาจไม่เหมาะกับบางบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ

Sculptra vs Radiesse เหมาะกับใคร?

Sculptra เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงและกระชับในระยะยาว
  • ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจน
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน

Radiesse เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกและยกกระชับผิวแบบทันที
  • ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่น เสริมคาง ขมับตอบ หรือแก้ร่องแก้มลึก

สรุป

Sculptra เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์อยู่ได้นาน แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

Radiesse ให้ผลลัพธ์ทันที และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนด้วย แต่ไม่ได้อยู่ได้นานเท่า Sculptra

หากต้องการผลลัพธ์แบบทันที → Radiesse

หากต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว → Sculptra