วิธีเหนียงลดแบบธรรมชาติ

1. ดื่มน้ำมากๆ เมื่อบริโภคโซเดียมในปริมาณมากๆ ร่างกายจะมีปฏิกิริยาต่อโซเดียมเราจะรู้สึกกระหายน้ำและเมื่อดื่มน้ำเข้าไป ร่างกายจะดูดซึมน้ำเข้าสู่ผิวหนังแทนที่จะขับออกทางเหงื่อ หรือปัสสาวะ ดังนั้นการดื่มน้ำควรดื่มวันละ 2 – 3 ลิตร เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญและขับโซเดียมออกมาได้มีประสิทธิภาพและไม่ตกค้างในร่างกาย

2 . การนวดหน้าและลำคออยู่เป็นประจำ การนวดหน้าและลำคอจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลดการสะสมไขมันบริเวณใต้คางและลำคอได้ โดยสามารถใช้ร่วมกับน้ำมันที่ท่านใช้อยู่เป็นประจำ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันองุ่น น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันอัลมอนด์ ฯลฯ ขึ้นอยู่กับความชอบและความเข้ากันได้ของแต่ละบุคคล และควรนวดอย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ

3 . การควบคุมอาหาร การหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทก็เป็นสิ่งที่ควรทำเมื่อเราต้องการที่จะลดเหนียง ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและแป้งขัดสี อาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง นอกจากจะทำให้มีไขมันส่วนเกินแล้วยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคอ้วน หรือภาวะน้ำหนักเกิน เสี่ยงต่อการเป็นโรคแทรกซ้อน เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ควรปรับโปรและไฟเบอร์เพิ่ม เช่น เนื้อสัตว์ ถั่ว ผัก และผลไม้

4 . การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ลดการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ การเลือกหมอนที่พอดีกับผู้ใช้ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป การเคี้ยวข้าวให้ละเอียดขึ้นจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณกล้ามและลำคอได้ออกกำลังกายทำให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังดีต่อระบบย่อยของร่างกาย

วิธีลดเหนียงด้วยการทำหัตถกรรมหรือการใช้นวัตกรรมทางการแพทย์

1 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Morpheus Pro เป็นเทคโนโลยีการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้พลังงานความถี่ของคลื่นวิทยุสามารถปรับระดับความลึกของชั้นผิวที่ต้องการด้วย Multi – Layer Technology และปรับความลึกของผิวได้ตั้งแต่ 1 – 7 mm และผลลัพธ์ของการทำ Morpheus Pro มีมากกว่าการลดเหนียง นั่นคือ ทำให้ผิวตึงกระชับ แก้ผิวหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจน นอกจากนี้ยังสามารถแก้ปัญหาหลุมสิวได้อีกด้วย

2 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Hifu เป็นวิธีลดเหนียงด้วยการใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์แบบ High Intensity Focus Ultrasound โดยการยิงเข้าไปที่ใต้ค้างเพื่อทำให้ชั้นไขมันเกิดการหดตัว หลังทำไขมันบริเวณใต้ค้างจะลดลง รวมถึงไขมันบริเวณแก้มลดลงทำให้รูปหน้าชัดขึ้นโดยไม่ต้องดูดไขมัน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว

3 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Exilis Ultra 360 คือ เทคโนโลยีการลดเหนียงด้วยคลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ที่ปล่อยพลังงานรอบทิศ 360 องศาและพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) จุดเด่นคือสามารถกระตุ้นการลดไขมันพร้อมกับการยกกระชับผิวโดยการกระตุ้นให้สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินภายใต้ชั้นผิวหนัง ใช้เวลาในการทำไม่นาน

4 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Thermage FLX เป็นการทำงานโดยการส่งพลังงานความร้อนแบบคลื่นวิทยุความร้อนสูงแบบขั้วเดียว (Monopolar RF) ส่งลงไปในผิวหนังแบบวงกว้าง ลงลึกถึงโครงสร้างชั้นผิวหนัง 3 ชั้น คือ ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน ทำให้แก้ปัญหาชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดไขมันส่วนเกิน ลดเหนียง ลดแก้ม ยกกระชับใบหน้า เห็นผลความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทำ

5 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Ultraformer III และ Ultraformer MPT โดยโปรแกรม Ultraformer III เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลดไขมันใต้ชั้นผิวหนังทุกระดับชั้นถึงชั้น SMAS ที่เป็นระดับเดียวกันกับชั้นที่ผ่าตัดดึงหน้า สามารถผลิตคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มข้นแบบเฉพาะเจาะจง สามารถส่งความลึกไปยังตำแหน่งความลึกที่ต้องการได้ ซึ่งมีความปลอดภัยไม่กระทบต่อผิว ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ส่วนโปรแกรม Ultraformer MPT เป็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนามาจากโปรแกรม Ultraformer III สามารถเลือกได้ตามความเหมาะสม โดย 4 โหมดดังนี้

  • Normal Mode – รูปแบบพลังงานที่ปล่อยออกมาจะเป็นจุดไข่ปลาคล้ายกับเส้นประ
  • MP Mode – Micro Pulse รูปแบบพลังงานจะเป็นเส้นตรง มีการสะสมพลังงานอย่างต่อเนื่อง
  • Ultra Boost Mode – Circular Dot รูปแบบการปล่อยพลังงานจะเป็นจุดไข่ปลาเรียงกันเป็นวงกลม
  • Ultra Boost MP Mode – Micro Pulse รูปแบบการปล่อยพลังงานจะเป็นเส้นวงกลม

6 . การลดเหนียงด้วยโปรแกรม Ultherary SPT เป็นการเลือกพลังงานและปรับเทคนิคให้เหมาะกับปัญหาผิวจริง เป็นเทคโนโลยีรุ่นใหม่โดยการใช้เทคนิค SPT

  • See คือ การสแกนผิวชั้นผิวแบบ Real Time ก่อนที่จะวางแผนการรักษา
  • Plan คือ การวางแผนการรักษาและเทคนิคการยิงพลังงานตามรูปหน้าและปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
  • Treat คือ การรักษาตามแผนที่วางไว้ให้เหมาะตามแต่ละบุคคล

7 . การลดเหนียงด้วยการฉีดเมโสแฟต คือ การฉีดยาสลายไขมันในชั้นไขมันโดยตรง ซึ่งจะคอยทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ Coenzyme ในกระบวนการ Anabolism ช่วยลดเนื้อเยื่อไขมัน และลดการสังเคราะห์กรดไขมัน 

8 . การลดเหนียงด้วยการฉีดโบท็อกซ์ นอกจากจะเป็นวิธีการลดเหนียงแล้วก็ยังเป็นการยกกระชับใบหน้า ซึ่งจะเห็นผลใน 2 – 4 สัปดาห์ และจะอยู่ได้แค่ 3 – 4 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของโบท็อกซ์และวิธีการรักษา แต่การฉีดโบท็อกซ์ไม่ใช่การสลายไขมันโดยตรงจะเหมาะกับคนที่มีเหนียงเพราะผิวหย่อนคล้อยไม่ใช่การมีเหนียงเพราะไขมันส่วนเกิน

8 . การลดเหนียงด้วยการร้อยไหม คือ การใส่ไหมเข้าไปยังบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน หรือ บริเวณที่หย่อนคล้อย หลังทำใบหน้าจะยกกระชับ กรอบหน้าชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แต่การร้อยไหมไม่ได้สลายไขมันส่วนเกิน ไม่เหมาะกับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินเยอะและแน่นจนเกินไป

9 . การดูดไขมัน คือ การดูดไขมันส่วนเกินโดยการใช้ท่อสอดเข้าไปบริเวณใต้คาง ซึ่งเป็นวิธีเร่งด่วนที่ได้ผลดี แต่ต้องพักฟื้น 2 – 3 วัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์

สรุปวิธีการลดเหนียง

เหนียงสามารถเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถหายได้ด้วยหลากหลายวิธีมีทั้งวิธีที่เห็นผลได้ทันที และต้องใช้เวลาเพื่อที่จะแสดงผลลัพธิ์ออกมา แต่ไม่ว่าอย่างไรการป้องกันไม่ให้เกิดเหนียงตั้งแต่แรกก็จะดีที่สุด และการป้องกันเหนียงสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น การออกกำลังสม่ำเสมอเป็นประจำทุกวัน การบริหารใบหน้าและลำคออย่างเป็นประจำ

Sculptra vs Radiesse คืออะไร?

Sculptra และ Radiesse เป็นฟิลเลอร์ที่ใช้เติมเต็มให้กับผิวหน้า โดยมีคุณสมบัติการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน

Sculptra (Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA) เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของผิวโดยตรง ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ทันทีเหมือนฟิลเลอร์ทั่วไป แต่จะค่อย ๆ กระตุ้นผิวให้สร้างคอลลาเจนขึ้นเอง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และกระชับขึ้นในระยะยาว

คุณสมบัติเด่น

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน 2-3 ปี
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับโครงสร้างผิวหน้าและลดความหย่อนคล้อย

ข้อจำกัด

  • เห็นผลช้า ต้องใช้เวลา 3-6 เดือน
  • ต้องฉีดซ้ำประมาณ 2-3 ครั้งเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องการเติมเต็มแบบเร่งด่วน

Radiesse คืออะไร?

Radiesse (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) เป็นฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ทันทีและสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ด้วย มีเนื้อสัมผัสที่แข็งแรงกว่าฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA)

คุณสมบัติเด่น

  • เติมเต็มและยกกระชับผิวได้ทันที
  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว
  • อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  • เหมาะสำหรับการปรับโครงหน้า เช่น ขมับตอบ คาง ร่องแก้ม

ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถสลายด้วยเอนไซม์เหมือน HA filler
  • เนื้อฟิลเลอร์แข็งกว่าฟิลเลอร์แบบ HA อาจไม่เหมาะกับบางบริเวณที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ

Sculptra vs Radiesse เหมาะกับใคร?

Sculptra เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้เต่งตึงและกระชับในระยะยาว
  • ผู้ที่มีผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการเสริมสร้างคอลลาเจน
  • ผู้ที่ไม่ต้องการผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงฉับพลัน

Radiesse เหมาะกับ

  • ผู้ที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกและยกกระชับผิวแบบทันที
  • ผู้ที่ต้องการฟิลเลอร์ที่อยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA
  • ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เช่น เสริมคาง ขมับตอบ หรือแก้ร่องแก้มลึก

สรุป

Sculptra เน้นการกระตุ้นคอลลาเจนแบบค่อยเป็นค่อยไป ผลลัพธ์อยู่ได้นาน แต่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล

Radiesse ให้ผลลัพธ์ทันที และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนด้วย แต่ไม่ได้อยู่ได้นานเท่า Sculptra

หากต้องการผลลัพธ์แบบทันที → Radiesse

หากต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว → Sculptra

กรอบหน้าชัด ลดเหนียง

การทำกรอบหน้าชัด ลดเหนียงด้วยเทคนิคทางการแพทย์มีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีเหมาะกับปัญหาและสภาพผิวของแต่ละบุคคล วิธีที่นิยมมีดังนี้

1. โบท็อกซ์ (Botox)

  • ช่วยลดกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้กรอบหน้าดูเรียวชัดเจนขึ้น
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 4-6 เดือน

2. ฟิลเลอร์ (Filler)

  • เติมเต็มบริเวณกรอบหน้า เช่น คางหรือขมับ เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสมส่วน
  • ใช้ฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic Acid)
  • อยู่ได้นาน 6-18 เดือนขึ้นอยู่กับชนิดของฟิลเลอร์

3. การร้อยไหม (Thread Lift)

  • ยกกระชับผิวหน้าที่หย่อนคล้อย รวมถึงบริเวณเหนียง
  • ใช้ไหมละลายชนิดพิเศษ เช่น PDO หรือ PCL
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี

4. HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound)

  • ยกกระชับผิวและลดไขมันใต้คางด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์
  • ไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผล
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน

5. Thermage

  • ใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ในการกระตุ้นคอลลาเจนและลดไขมันส่วนเกินใต้ผิว
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี

6. การดูดไขมันเหนียง (Liposuction)

  • วิธีศัลยกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินบริเวณเหนียงอย่างถาวร
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันส่วนเกินใต้คางจำนวนมาก

7. การฉีดสลายไขมัน (Mesotherapy หรือ Fat-dissolving Injections)

  • ฉีดสารสลายไขมัน (เช่น Phosphatidylcholine หรือ Deoxycholate) เพื่อลดไขมันบริเวณเหนียง
  • เห็นผลหลังทำ 3-5 ครั้ง ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมัน

8. Ultherapy

  • ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูงยกกระชับผิวและลดเหนียง
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1-2 ปี

9. การผ่าตัดกรอบหน้า (Facial Contouring Surgery)

  • การศัลยกรรมเพื่อลดกระดูกกรามหรือคางที่ไม่สมส่วน
  • ให้ผลลัพธ์ถาวร แต่ต้องใช้เวลาพักฟื้น

การเลือกวิธีการทำกรอบหน้าชัด ลดเหนียง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินปัญหาและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดตามโครงสร้างใบหน้าและปัญหาที่คุณกังวล นอกจากนี้การดูแลตัวเองหลังการทำหัตถการก็มีความสำคัญในการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น